กรมศิลปากรเผยจัดมหรสพสมโภช 4 ชุด “โขน หนังใหญ่” วันพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จ พระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เตรียมเชิญ 7 อดีตอธิบดีร่วมเป็นที่ปรึกษาจัดสร้างพระเมรุ และเร่งประสานหลายหน่วยงานทั้ง กทม.เรื่องใช้สถานที่ก่อสร้างพระเมรุ กองทัพบกบูรณะราชรถ ทหารเรือช่วยทำเชือกป่านมนิลาฉุดชักลาก ขณะเดียวกัน พสกนิกรยังหลั่งไหลสักการะพระศพไม่ขาดสาย โดยอดีตนางข้าหลวงในสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ เผยพระจริยวัตรสุดประทับใจ ทรงโปรดการถักไหมพรมมาก โดยทรงถักผ้าพันคอ ถุงมือ และหมวก ประทานแก่ ตชด.และทหารตามแนวชายแดน รวมถึงถักถุงมือ ถุงเท้าเด็กด้วยไหมพรมสีฟ้า จำหน่ายเป็นรายได้สนับสนุนสภากาชาดไทย

ในขณะที่กรมศิลปากรอยู่ระหว่างการตระเตรียมงานสร้างพระเมรุ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 6 ส.ค. หลังได้รับการเปิดเผยจากนางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร ว่า ในส่วนกรมศิลปากรได้รับมอบหมายอยู่ในคณะกรรมการที่จัดสร้างพระเมรุ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ และพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้า

ภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โดยมีอธิบดีกรมศิลปากรเป็นประธาน และจะเชิญอดีตอธิบดีกรมศิลปากรทั้งหมดมาเป็นที่ปรึกษาในคณะกรรมการชุดของกรมศิลปากรอธิบดีกรมศิลปากรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ภายในสัปดาห์หน้าจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาร่วมประชุมเพื่อมอบหมายงานในความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย ให้แต่ละสำนักและเจ้าหน้าที่ได้เตรียมตัวที่จะดำเนินงาน อาทิ สำนักสถาปัตยกรรมจะรับมอบหมายให้ดูแลในส่วนการปลูกสร้างพระเมรุและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุ สำนักช่างสิบหมู่ดูแลเรื่องการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ และพระยานมาศ ทั้งตกแต่งลวดลายประกอบพระเมรุและอาคารประกอบพระเมรุ รวมทั้งงานประดับแกะสลัก ช่างกระจก ช่างลงรัก ปิดทอง จิตรกรรมที่จะต้องมาจัดทำเครื่องประกอบพระเมรุ ในส่วนของสำนักจดหมายเหตุแห่งชาติดูแลเรื่องบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมด ของงานพระราชพิธีพระศพ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ก.ค.เป็นต้นมา จนเสร็จสิ้นงานพระราชพิธี

นางโสมสุดากล่าวต่อไปว่า ส่วนสำนักการสังคีต ได้รับมอบหมายให้บรรเลงวงปี่พาทย์นางหงส์ ในเวลาพระฉัน และในการเสด็จพระราชดำเนินของพระบรมวงศานุวงศ์ และการบรรเลงประโคมย่ำยามทุกวัน วันละ 5 ครั้ง เวลา 06.00 น. 12.00 น. 18.00 น. 21.00 น. และ 24.00 น. จนถึงครบ 100 วัน และในวันพระราชทานเพลิงพระศพก็จะมีการจัดมหรสพสมโภช ซึ่งทางโบราณราชประเพณี จะมี 4 ชุด ได้แก่ โขน หนังใหญ่ หุ่นกระบอก และละคร ซึ่งเหมือนกับเมื่อครั้งงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

“ในการประชุมในสัปดาห์หน้า นอกจากจะเชิญแต่ละสำนักมารับมอบหมายงานแต่ละส่วนว่าจะต้องทำอะไรบ้างแล้ว ยังจะเรียนเชิญพลอากาศตรี อาวุธ เงิน–ชูกลิ่น ในฐานะผู้ออกแบบพระเมรุ พระโกศจันทน์ รวมทั้งจะเชิญอดีตอธิบดีกรมศิลปากรอีก 7 ท่านเข้ามาร่วมประชุมด้วย ได้แก่ นายเดโช สวนานนท์ คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ นายสุวิชญ์ รัศมิภูติ นายทวีศักดิ์ เสนาณรงค์ นายสิริชัยชาญ ฟักจำรูญ นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต นายอารักษ์ สังหิตกุล” นางโสมสุดากล่าว

อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวอีกว่า ทางกรมศิลปากรจะต้องแจ้งส่วนราชการอื่นๆ อาทิ กรุงเทพมหานครในการใช้พื้นที่ก่อสร้างพระเมรุ กองทัพบกดูแลเรื่องการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ ราชยาน รวมทั้งการดูแลเรื่องการจัดริ้วขบวน เคลื่อนราชรถออกจากโรงราชรถ ขณะเดียวกันต้องประสานกองทัพเรือเพื่อมาช่วยดูในการจัดทำเชือกป่านมนิลาฉุดชักลากราชรถ และจะต้องประสานกรมประชาสัมพันธ์ในการประชาสัมพันธ์ตลอดงานพระราชพิธีด้วย ทั้งนี้ การดำเนินงานทั้งหมดจะต้องสมพระเกียรติ เทียบเท่างานพระราชพิธีสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทุกประการ

ส่วนที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงพระราชพิธีบำเพ็ญกุศลพระศพ ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 10 โดยเมื่อเวลา 07.00 น. พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม จากวัดสุทัศนเทพวราราม และวัดจักรวรรดิราชาวาสที่สวดพระอภิธรรมพระศพ ตั้งแต่ค่ำวันที่ 5 ส.ค. จากนั้นในเวลา 11.00 น. ม.จ.มงคลเฉลิม ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์และวัดบวรนิเวศวิหารที่สวดพระอภิธรรมพระศพ

สำหรับบรรยากาศตลอดทั้งวัน พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางมาร่วมสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้า ภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ด้วยความซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณอย่างต่อเนื่อง อาทิ คณะเจ้าหน้าที่และชาวบ้านจากตำบลสาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต คณะครูและนักเรียนโรงเรียนหนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนวัดสุทธิวราราม คณะข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมาชิกชมรมแม่ค้าตลาดประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ คณะเจ้าหน้าที่พยาบาล รพ.ตำรวจ คณะนักเรียนเก่าวชิราวุธ รุ่น 58 ฯลฯ

ทั้งนี้ นายศรเดช อาจวาริน ตัวแทนนักเรียนเก่าวชิราวุธ รุ่น 58 กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้า เพชรรัตนราชสุดาฯ มีพระเมตตา ไม่เคยถือพระองค์ โดยเฉพาะกับเด็กนักเรียนอย่างพวกเรา พระองค์ท่านทรงเป็นผู้ให้มาตลอด ไม่ว่ากราบทูลขอประทานความช่วยเหลือเรื่องใด พระองค์ท่านไม่เคยปฏิเสธ แต่ยังประทานให้อย่างดีที่สุดเสมอมา นักเรียนวชิราวุธที่เคยถวายงาน พระองค์ท่านจะจดจำได้หมดทุกคน และเรื่องที่พวกเราซาบซึ้งกันมาก คือ เมื่อประมาณ พ.ศ. 2549 ได้มีงานเลี้ยงที่พระตำหนัก มีรุ่นน้องนักเรียนวชิราวุธคนหนึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจเฉียบพลัน ล้มหมดสติขณะที่กำลังถวายงานอยู่ พระองค์ท่าน ซึ่งทรงพระประชวรอยู่ ก็ประทานแพทย์ เครื่องกระตุ้นหัวใจ รักษาอย่างทันท่วงที และทรงรับนักเรียนวชิราวุธคนนั้นไว้เป็นคนไข้ในพระอุปถัมภ์ ถ้าไม่ได้พระเมตตาของพระองค์ท่าน นักเรียนคนนั้นคงไม่รอด

ขณะเดียวกัน นางกิ่งแก้ว วัชโรบล อดีตนางข้าหลวงในสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ที่เดินทางมาจาก จ.เพชรบุรี พร้อมครอบครัว เผยว่า ตนเข้า เฝ้าถวายงานตั้งแต่อายุได้เพียง 14 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2514-2526 ที่วังรื่นฤดี ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี ที่เข้าเฝ้าถวายงาน ตนมีหน้าที่ถวายงานเกือบทุกอย่างที่เจ้าฟ้าฯ ทรงมีพระประสงค์ เช่น ถวายการอ่านหนังสือพิมพ์ ถวายการนวด เรียกได้ว่ารับใช้ถวายงานอย่างใกล้ชิด จึงเห็นการทรงงานของพระองค์ท่านว่า ทรงงานอย่างละเอียดคล่องแคล่ว ว่องไว ทรงมีความจำดี และทรงโปรดเรื่องการทำนายทายวันเดือนปีเกิดตามปฏิทิน 100 ปี และทรงทำนายแม่นยำมาก นอกจากนั้น ตนยังมีหน้าที่จัดเตรียมถวายเครื่องเสวย ถวายของว่างและน้ำชา พระองค์ทรงโปรดเสวยรังนกก่อนอาหารเช้า และโปรดให้เตรียมกระเพาะปลาทอดกรอบกับน้ำพริกกะปิ เป็นเครื่องเคียงในเครื่องเสวยทุกๆ มื้อ ในวันนี้จึงถือโอกาสนำกระเพาะปลาแห้งมาถวายด้วย ส่วนของหวานทรงโปรดเยลลี่ ฟรุตสลัด และข้าวตังหน้าตั้งพร้อมน้ำชายามบ่าย หลังจากทูลลาออกไปมีครอบครัว ทุกๆ วันสำคัญตนจะพาลูกสาวและลูกชายเข้าเฝ้าพระองค์ท่านที่วังรื่นฤดีเสมอ พระองค์ประทานจี้อักษรย่อพระนามคล้องคอให้ลูกสาวเมื่ออายุ 5 ขวบ

“ที่ไม่มีใครรู้เลยก็คือ พระองค์ท่านทรงโปรดการถักไหมพรม เท่าที่รู้คือตั้งแต่เสด็จกลับจากประเทศอังกฤษ พระองค์ท่านทรงถักไหมพรม เป็นผ้าพันคอ ถุงมือ และหมวก ประทานให้สภากาชาดไทยนำไปแจกจ่ายให้ตำรวจตระเวนชายแดน และทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนเป็นประจำ พระองค์ท่านทรงถักด้วยพระองค์เอง ทำตลอดเวลา เว้นแต่ช่วงเวลาที่เป็นงานพิธีการเท่านั้น นอกจากนี้ยัง คงถักถุงมือและถุงเท้าไหมพรมสำหรับเด็กๆ ด้วยไหมพรมสีฟ้า ส่งให้สภากาชาดไทยไปจัดจำหน่ายหารายได้มาสนับสนุนกิจการสภากาชาดไทย พระองค์ท่านทรงงานถักไหมพรมจนกระทั่งทรงพระประชวรถึงหยุดถัก แต่พระองค์ท่านไม่ทรงหยุดงานสังคมสงเคราะห์ ยังประทานฉลองพระองค์ในชุดต่างๆ ให้สภากาชาดนำไปประมูลหารายได้แทน” นางกิ่งแก้วกล่าวด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง

Comment

Comment:

Tweet