บารัค โอบามา เข้าร่วมประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (อีเอเอส) เป็นครั้งแรก พยายามเพิ่มอำนาจบทบาทในเอเชีย หวังสกัดการแผ่อิทธิพลทั้งทางเศรษฐกิจและทางทหารของจีน...

การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (อีเอเอส) เป็นเวลา 2 วัน ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจัดการประชุมทุกปีพร้อมกับการประชุมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยมีสมาชิก 18 ประเทศ รวมจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และ สมาชิกน้องใหม่ 2 ประเทศ ทั้งสหรัฐฯกับรัสเซีย โดยเฉพาะประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ เข้าร่วมประชุมครั้งแรก โดยพยายามเพิ่มอำนาจบทบาท ในเอเชียหวังสกัดการแผ่อิทธิพล ทั้งทางเศรษฐกิจและทางทหารของจีน

นอกจากนี้ โอบามายังเตรียมแถลงแผนเคลื่อนกำลังกองทัพนาวี มาประจำฐานทัพเมืองดาร์วิน ภาคเหนือของประเทศ ประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วงเข้าร่วมประชุมสภาออสเตรเลีย ที่กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ในวันที่ 17 พ.ย. ถือเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่ารัฐบาลกรุงวอชิงตัน พร้อมปกป้องผลประโยชน์ในภูมิภาคแห่งนี้ และกับประเทศพันธมิตร เพราะเป็นฐานทัพใกล้กับทะเลจีนใต้มากกว่าฐานทัพในญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ ทั้งนี้ ความขัดแย้งแย่งหมู่เกาะที่อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติในทะเลจีนใต้ระหว่างเวียดนาม ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน มาเลเซีย และบรูไนกับจีน ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้โอกาสชูนโยบายให้ใช้วิธีแก้ปัญหาระดับพหุภาคีบนพื้นฐานของกฎหมายสากล

ขณะเดียวกัน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เผยในเชิงสนับสนุนฝ่ายสหรัฐฯ อ้างเพื่อความ ยุติธรรมและเท่าเทียมกัน โดยเปรียบเทียบการเลี้ยงช้างนอกเต็นท์ยังดีกว่าเลี้ยงไว้ข้างใน เพื่อให้ช้างอยู่ได้ เจ้าของอยู่ได้ และเต็นท์ก็ไม่พังด้วย ขณะที่นายทิม ฮักซ์เลย์ ผอ.ฝ่ายบริหารของสถาบันกลยุทธ์ศึกษาค้นคว้าระหว่างประเทศในสิงคโปร์ มองว่าทั้งสหรัฐฯและอาเซียนต่างมองเห็นถึงผลประโยชน์ของการทำให้การประชุมอีเอเอสขยายใหญ่ขึ้น เพราะในมุมมองของกลุ่มอาเซียนต่างก็รับผลพลอยได้จากการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน แต่ก็ยังรู้สึกกังวลเกี่ยวกับการขยายฐานอำนาจทางทหารและการเมืองของจีนด้วย

ส่วนรัฐบาลฟิลิปปินส์ถูกกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกใต้วิพากษ์วิจารณ์หนัก หลังนายอัลเบิร์ตเดล โรซาร์ รมว.ต่างประเทศฟิลิปปินส์ เรียกร้องอาเซียนเปิดการเจรจา ไม่จัดตั้งกับจีนรวมถึงอีก 5 ประเทศที่พิพาทในทะเลจีนใต้ รวมถึงเสนอให้มีพื้นที่สันติภาพ เสรีภาพ มิตรภาพ และความร่วมมือ (ซีโอพีเอฟเอฟซี) ซึ่งถือว่าทำให้เกิดความไม่เป็น เอกภาพของอาเซียน ด้วยเป็นปัญหาเฉพาะบางประเทศ ขณะที่จีนก็ไม่เห็นด้วย และยังต้องการให้แยกกันเจรจาหวังใช้อำนาจทยอยยุติปัญหา

อย่างไรก็ดี นางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เตรียมถกหารือ กับนายเดล โรซาร์ และนายวอลแตร์ กัซมิน รมว.กลาโหมฟิลิปปินส์ เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวหลังเดินทางถึงกรุงมะนิลาคืนวันที่ 15 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น.

Comment

Comment:

Tweet