กทค.เตรียมระดมสมองรัฐ-เอกชน ถกกติกาครอบงำกิจการโทรคมนาคม ขณะที่บอร์ด กทค. มีมติให้จัดเสวนาโฟกัสกรุ๊ป พร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และด้านกฎหมาย แลกเปลี่ยนมุมมอง วันที่ 30 พ.ย.นี้...

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในฐานะโฆษก กสทช. กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมาย ที่ว่าด้วยการออกระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ข้อบังคับ ตลอดจนกฎกติกาต่างๆ ที่เกี่ยวกับ กสทช. ที่อยู่ภายใต้บทบาทและอำนาจหน้าที่ของ กสทช. นั้น ถือว่ามีความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้องคาพยพที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ สามารถเดินหน้าไปอย่างราบรื่น ภายใต้กฎกติกาเดียวกัน ที่มีความเป็นธรรมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

อย่างไรก็ดี หลังจากที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ กสทช.ได้ออกประกาศ กสทช. เรื่องการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว พ.ศ.2554 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.2554 นั้น ผลปรากฏว่า มีนักวิชาการ ผู้ประกอบการ ทั้งในส่วนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับการบังคับใช้ของประกาศดังกล่าว โดยเฉพาะความเห็นของผู้ที่ไม่เห็นด้วยนั้น มองว่าประกาศดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ขัดต่อหลักการค้าเสรี และข้อผูกพันทางการค้าและการลงทุนที่ประเทศไทยมีต่อนานาประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ เนื่องจากประกาศดังกล่าวจำกัดสิทธิในการลงทุนและการประกอบกิจการของนักลงทุนต่างชาติ มากยิ่งกว่าข้อบัญญัติของ พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ส่วนฝ่ายที่สนับสนุนประกาศดังกล่าว เห็นว่าประกาศนี้เป็นเรื่องจำเป็นในการคุ้มครองทรัพยากรสื่อสารของชาติที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศและประโยชน์โดยรวมของคนในชาติ

นายสุทธิพล กล่าวต่อว่า จากความเห็นที่แตกต่างกันของภาคส่วนดังกล่าว ทำให้ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมาคม หรือ กทค. วานนี้ (15 พ.ย.) มีมติเป็นเอกฉันท์สมควรให้จัดการเสวนาในรูปแบบโฟกัสกรุ๊ป ในวันที่ 30 พ.ย. 2554 ซึ่งจะเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สถานทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย หอการค้าต่างประเทศ หอการค้าไทย ผู้แทนจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ หรือทีดีอาร์ไอ และภาคประชาชนมาร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองต่อประกาศดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรอบคอบและเกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งนี้การออกกฎหมายนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่เมื่อกฎหมายนั้นมีผลใช้บังคับแล้ว ก็อาจส่งผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในแง่บวกและแง่ลบ ในส่วนของประกาศ กสทช.ดังกล่าว ก็เปิดช่องให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะด้วย เพื่อให้เกิดความรอบคอบและความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย รวมทั้งให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ซึ่งเมื่อได้รับฟังความคิดเห็นต่างๆแล้ว ก็จะได้มีการนำมาพิจารณาโดยรอบคอบว่ามีความจำเป็น ที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงประกาศนี้หรือไม่ และหากจะต้องแก้ไขปรับปรุง ควรจะแก้ไขปรับปรุงในประเด็นใด จึงจะเหมาะสมที่สุด

Comment

Comment:

Tweet