เผยพฤติกรรมผู้บริโภคหลังน้ำลดเปลี่ยนไป หันไปสนใจคอนโด-อาคารชุดมากขึ้น ส่วนบ้านแนวราบซึมยาวอย่างน้อย 2 ไตรมาส ขณะที่ราคาวัสดุก่อสร้าง-ค่ารับเหมา-ค่าแรงจ่อพุ่ง ส่งผลต่อต้นทุนก่อสร้างโดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมต้องแพงกว่าปกติ 20 %...

นายชัยรัตน์ ธรรมพีร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ผลิตและขายพื้นคอนกรีตอัดแรง รวมทั้งพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมการก่อสร้างภายหลังปัญหาน้ำท่วมคลี่คลาย อาจทำให้พฤติกรรมลูกค้าและผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในการก่อสร้างซึ่งจะเลือกพื้นที่เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำ ทำให้เรื่องทำเลเป็นสิ่งสำคัญเพิ่มมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านจะให้ความสนใจกับคอนโดมิเนียมมากขึ้น รวมถึงตลาดแนวสูงประเภทอาคารชุด ขณะที่โครงการแนวราบน่าจะชะลอตัวลงอย่างน้อยอีก 2 ไตรมาส ตลอดจนการวางแผนเพื่อหาที่อยู่อาศัยสำรอง ทั้งอยู่อาศัยเองหรือปล่อยเช่า ทั้งนี้ปัญหาที่จะเกิดขึ้น และอาจส่งผลต่อภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ การที่วัสดุก่อสร้าง และการรับเหมาก่อสร้างรวมทั้งแรงงานที่จะขาดแคลน และราคาปรับสูงขึ้นตามอุปสงค์ของตลาด ที่จะส่งผลต่อต้นทุนโดยรวม คาดว่าต้นทุนแต่ละประเภทจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10%

ขณะเดียวกันจากปัญหาดังกล่าว อาจส่งผลต่อต้นทุนที่สูงขึ้นในการก่อสร้างโรงงานของนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในอนาคตซึ่งมากกว่าปกติ 20% เนื่องจากต้องวางผังการออกแบบโรงงานที่รองรับปัญหาระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบน้ำท่วมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและโรงงานอย่างปัจจุบัน ซึ่งต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมปรับปรุงกว่า 3-6 เดือน ดังนั้นการวางแผนระบบของโรงงานใหม่เพื่อป้องกันในระยะยาวจะได้รับความสนใจที่ดีกว่า

Comment

Comment:

Tweet