ปชป.ตั้งกระทู้ซัด พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ย้ำรัฐบาล-นายกฯ ปัดรับผิดชอบไม่ได้ จี้เปิดเผยปมตัดคอรัปชัน “เหลิม” เลี่ยงบาลี อ้าง รธน.ไขความลับไม่ได้ โต้กลับ “พีระพันธุ์” ตั้ง กก.เอง...

เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 17 พ.ย. ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งกระทู้ถามสด การพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ขอพระราชทานอภัยโทษของรัฐบาล ซึ่งนายพิชิต ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท้วงติงว่า ขอให้ประธานตรวจสอบกระทู้ เพราะว่าการพระราชทานอภัยโทษเป็นเรื่องของพระราชอำนาจ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่นายสมศักดิ์ ยืนยันว่า พิจารณาแล้วเข้าข่ายเป็นกระทู้สดได้ แต่ต้องดูที่คำถาม

จากนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า รัฐบาลมักอ้างว่าการพระราชทานอภัยโทษเป็นพระราชอำนาจ พูดไม่ได้เป็นความลับจนกว่าจะจบสิ้นกระบวนความ ก็ถูกต้อง แต่ตามโบราณราชประเพณีในเรื่องของการพระราชทานอภัยโทษ ควรต้องมีผู้รับผิดชอบแทนพระองค์ ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตาม 261 ทวิ หมายถึงรัฐบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการถวายคำแนะนำ และเมื่อตราเป็นพระราชกฤษฎีกาแล้ว นายกฯ ต้องเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ฝ่ายค้านจึงมีสิทธิตรวจสอบหลักเกณฑ์การถวายคำแนะนำ

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กระบวนการถวายคำแนะนำยังไม่สิ้นสุดกระบวนการ ซึ่งประชาชนวิตกกังวลที่มีการปิดห้องประชุมลับ ทำเหมือนมีอะไรพิสดารต่างจากการออก พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษที่ผ่านๆ มา จึงมีคำถามว่า รัฐบาลถวายคำแนะนำหลักเกณฑ์แตกต่างจากที่รัฐบาลก่อนเคยทำในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาหรือไม่ โดยเฉพาะบัญชีพิจารณาความผิดแนบท้ายพระราชกฤษฎีกา ที่เขียนกันมาตั้งแต่ยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยเฉพาะมีการตัดความผิดเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชันออกไปหรือไม่ ซึ่งบัญญัติมาตั้งแต่ยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะถ้าตัดออกก็เท่ากับขัดนโยบายรัฐบาลท่านเอง ที่บอกจะป้องกันและปราบปรามการทุจริตเด็ดขาด

และอีกประเด็น การถวายคำแนะนำหลักเกณฑ์พระราชทานอภัยโทษ ได้ตัดมาตรา 4 และมาตราที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องพระราชทานอภัยโทษให้ผู้ถูกตัดสินและสำนึกด้วยการไปรับโทษก่อน เพื่อให้ครอบคลุมผู้ที่ต้องคำพิพากษา แต่หลบหนีไม่เข้ารับโทษ ให้เข้าหลักเกณฑ์รับพระราชทานอภัยโทษด้วยหรือไม่

ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า นายกฯ ไม่ได้หนีกระทู้ ไม่ได้หนีสภา แต่มีราชการไปประชุมที่ประเทศอินโดนีเซีย แต่รัฐธรรมนูญบัญญัติว่า รัฐมนตรีมีสิทธิ์ที่จะไม่ตอบในส่วนที่ไม่ควรเป็นที่เปิดเผยได้ ถามว่าการถวายคำแนะนำแตกต่างจากรัฐบาลอื่นหรือไม่ ครม.แต่ละคณะย่อมมีสิทธิ์ตัดสินใจโดยไม่ต้องไปลอกเลียนแบบใคร ยืนยันว่า ครม.ชุดนี้ทำตามกฎหมาย ไม่ได้เฉพาะเจาะจงช่วยผู้หนึ่งผู้ใด การออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษมีมาแล้ว 36 ฉบับ บางคนวิจารณ์น้ำท่วมแล้วยังมาทำ ซึ่งไม่ใช่ แต่ออกในปีมหามงคลก็จะได้พระมหากรุณาธิคุณ การออกอย่างไรเป็นเรื่องรัฐบาล ผิดกฎหมายรัฐบาลก็ติดคุก ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติไว้ว่าต้องลอกเลียนแบบ ที่ถามว่าอยู่ตามหลักเกณฑ์เดิมหรือไม่ ก็เป็นสิทธิของรัฐบาลชุดนี้ ไม่มีการระบุชื่อใคร พวกตนมีความรู้และเข้าใจ กระทรวงยุติธรรมได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 20 คน ไปตรวจสอบหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักปราชญ์ราชบัณฑิตยกร่างกันมา เสนอ รมว.ยุติธรรม เมื่อเสนอต่อ ครม.ก็มีหน้าที่พิจารณา ย้ำว่ารัฐบาลไม่ใช่คนยกร่าง

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ที่ต้องประชุมลับเพราะยังไม่แล้วเสร็จจึงเผยแพร่ไม่ได้ เรื่องนี้ยังต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา จะเห็นด้วยหรือไม่ยังไม่รู้ เขาอาจไม่เห็นด้วยก็ได้ แล้วตนจะตอบรายละเอียดได้อย่างไร แต่หากกฤษฎีกาเห็นด้วย ก็ส่งให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อเห็นตรงกันก็นำเข้า ครม. เมื่อเห็นตรงกันก็นำความกราบบังคมทูล ถือเป็นพระราชอำนาจโดยแท้ ที่ผ่านมามีการถวายรายงานหลายครั้ง กระทรวงยุติธรรมบอกว่าไม่สมควรอภัยโทษ บางรายก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้

ด้านนายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญและใหญ่เกินกว่าจะเล่นลิ้นปัดความรับผิดชอบว่าเป็นเรื่องของข้าราชการ เพราะมาตรา 261 ทวิ ก็ชัดเจนว่า รัฐบาลต้องรับผิดชอบ และท่านเองก็บอกว่ามีเรื่องลับ 2 เรื่อง แต่บอกไม่ได้ และสิ่งที่ตนถามท่านยังไม่ได้ตอบ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องลับ แต่ดูมันลับๆ ล่อๆ มีอะไรซุกๆ ซ่อนๆ เรื่องนี้พิสดาร จู่ๆ นายกฯ มีธุระปะปังไปเยี่ยมคนสิงห์บุรี ก่อนประชุม ครม.วันเดียว แล้วนั่ง ฮ.กลับไม่ได้ ห่าง กทม. 300 กม. คืนเดียวขี่มอเตอร์ไซค์ก็ถึง นอกจากไม่มาแล้ว รุ่งเช้าบินกลับมา 11.00 น. ลงเครื่องแทนที่จะรีบเข้าประชุม ครม. ไปถ่ายทีวีก่อน พอประชุมเสร็จ รัฐมนตรีบอกพูดไม่ได้ บางคนพูดว่าเสียชีพอย่าเสียสัตย์ เป็นสัตย์สาบานอะไรที่ให้กันไว้ข้างในที่ประชุม ครม. หรือให้กันไว้ก่อนเลือกตั้ง ผิดปกติตั้งแต่ นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา เคยตั้งกระทู้ถามด่วน มาตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.2554 รัฐบาลก็ไม่ยอมชี้แจงเป็นครั้งแรกที่ ครม.มีมติห้ามไปตอบกับวุฒิสภา เรื่องนี้มีอะไรเกี่ยวข้องกับนายกฯ ในเชิงผลประโยชน์ทับซ้อน ถึงขั้นนายกฯ วางแผนไม่ประชุม ครม.หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงช่วงนี้ทำให้ จ.ส.อ.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า พระราชกฤษฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ เอื้อประโยชน์เฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ คนเดียวหรืออย่างไร ทำให้นายสมศักดิ์รีบตัดบทว่า การใช้สิทธิ์ประท้วงจะทำให้อภิปรายไม่ได้ ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม ได้ชี้แจงต่อว่า ไม่ใช่คนเล่นลิ้น แต่ยึดหลักกฎหมาย เรื่องนี้หากบรรลุเป้าหมายจะมีประชาชนได้ประโยชน์ 26,000 คน ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ไม่คิดว่าอดีตรัฐมนตรีจะไม่เข้าใจคดีความถึงขนาดนี้ รู้หรือเปล่าว่าทุจริตคืออะไร คือการแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองและคนอื่น

สำหรับคดี พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ซื้อที่ดินรัชดา มันไม่ใช่เรื่องทุจริต แต่ผิดกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 100 คดีนี้ต่อมาศาลแพ่งรัชดา บอกสัญญาเป็นโมฆะ เท่ากับว่าไม่มีการซื้อขาย ให้คืนเงินบางส่วนให้คุณหญิงพจมาน และคืนที่ดินให้กองทุนฟื้นฟู ไปหาเสียงทั่วประเทศบอกจะพา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน ก็ชนะขาด แต่ถึงแม้อยากเอากลับ แต่ก็ทำไม่ได้

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยืนยันไม่มีลับลมคมใน แต่มีข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ต้องรักษาความลับในการประชุม ครม. ก็มีระเบียบอยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน พูดไม่ได้ ไม่ได้กลัวใครต้าน เมื่อประกาศลงพระราชกิจจานุเบกษาแล้วก็ดูได้หมด ไม่มีอะไรปกปิด พูดซ้ำซากทำเพื่อคนคนเดียว ไม่อายหรือที่พูดแบบนี้ เพราะตัดสินแล้วโดยประชาชนที่เลือกพวกตนมี 265 เสียง และคณะกรรมการที่ยกร่างเรื่องนี้คือ รมว.ยุติธรรม คนที่แล้ว เป็นคนคัดเลือกและแต่งตั้งเอาไว้ ไม่ใช่คณะกรรมการที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ตั้งเอง รัฐบาลท่านตามล่า พ.ต.ท.ทักษิณ รัฐบาลนี้ไม่ตามล่า ก็เป็นสิทธิของตน และพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้จะบรรลุเป้าหมายหรือไม่ ไม่ใช่รัฐบาล ยังมีคณะกรรมการพิเศษอีกชุดจะมาเป็นผู้กลั่นกรองว่าใครมีสิทธิจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ไม่ใช่ตนหรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์

“สมัยท่านเป็นรัฐบาล คดี 91 ศพไม่คืบหน้า ผมมา 2 เดือนกว่าแท้ๆ เมื่อวานนี้ทหารก็ให้การชัดเจนว่าปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา หรือผู้บังคับหน่วยของเขา นี่คือความรวดเร็วในการทำงาน ให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน และเมื่อนายกฯ ไม่อยู่ทุกรัฐบาลเขามีการแบ่งงานอยู่แล้ว เบอร์หนึ่งไม่อยู่ เบอร์สอง เบอร์สาม ก็ทำหน้าที่ได้ ตนมีโอกาสเป็นนายกฯ 3-4 ชั่วโมง ก็ทำไป พูดอย่างไม่อายผมกลัวถูกถอดถอนเหมือนกัน เพราะวุฒิสภามีอำนาจถอดถอนได้ กว่าจะมาเป็นรัฐบาลได้มันลำบากยากเย็น คราวนี้ก็อยากอยู่ครบเทอม” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

จากนั้น นายสาทิตย์ ได้กล่าวว่า “ไอ้คนรับจ๊อบมันก็พลิ้วอย่างนี้จริงๆ” เลยถูกประธานปรามว่า อย่าพูดจาเสียดสี นายสาทิตย์ จึงกล่าวต่อว่า ต่อไปนี้ใครรวยแล้วโกง ถูกศาลตัดสินว่าผิด มีอำนาจก็ออกกฎหมายลบล้างความผิดให้ตัวเองได้ คุกก็มีไว้ขังคนจน เป็นการทำลายหลักนิติธรรม หลักนิติรัฐ ท่านพูดเองว่าที่ทำไปเป็นปีมหามงคล รัฐบาลต้องถวายสิ่งดีๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แต่สิ่งที่กำลังทำอยู่นี้มันก่อกระแสความขัดแย้งในสังคม เหมือนจุดไฟกลางน้ำท่วม เอาวิกฤติมาซ้อนวิกฤติ ถามว่าสิ่งที่กำลังทำ เป็นสิ่งดีๆ ที่จะถวายหรือไม่ การไปตัดประเด็นทุจริตออก ช่วยคนหนีคดีไม่รับโทษ ไม่สำนึกผิด ให้ได้รับประโยชน์ รัฐบาลบังควรที่จะกระทำเรื่องเช่นนี้หรือไม่ ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม ชี้แจงว่า ไม่ได้รับจ๊อบ ไม่ได้พลิ้ว ทำตามกฎหมาย ถามย้ำซ้ำซากนักกฎหมายดูถ่ายสดเขาร้องไห้ ถามแบบไม่เข้าใจ ยังไม่รู้คณะกรรมการกฤษฎีกาจะเอาด้วยหรือไม่ พูดมากี่ปีแล้ว รวยแล้วโกง หนีคดี ก็แพ้ซ้ำซาก แพ้ไม่เข็ด ถ้ายังเดินอย่างนี้ต่อไป พวกตนชนะห่างเกิน 150 เสียงแน่ ยืนยันรัฐบาลทำโปร่งใส.

Comment

Comment:

Tweet