ผู้นำสหรัฐฯเห็นความเปลี่ยนแปลงทางประชาธิปไตยในพม่า เตรียมเปิดประตูความสัมพันธ์ใหม่ครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี ส่ง รมว.ต่างประเทศเยือน 1 ธ.ค.นี้...

การประชุมสุดยอดผู้นำสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และเอเชียตะวันออก (อีเอเอส) ซึ่งมีผู้นำสหรัฐฯ จีน รัสเซีย อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เข้าร่วมด้วย ที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย กำหนด 3 วัน ลุล่วงไปในวันที่ 2 เมื่อ 18 พ.ย. โดยประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ แถลงว่า หลังความมืดมนนานหลายปี สหรัฐฯเห็น “ความคืบหน้าริบหรี่” ในพม่าในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นโอกาสอันดี และพม่าต้องเดินหน้าปฏิรูปประชาธิปไตยมากกว่านี้ จึงจะมีสายสัมพันธ์ใหม่กับสหรัฐฯ แต่ถ้าล้มเหลวในการเปิดกว้างพม่าจะถูกคว่ำบาตรและโดดเดี่ยวต่อไป

โอบามายังประกาศว่าจะส่งนางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ไปเยือนพม่าในเดือนหน้า เพื่อสำรวจว่าสหรัฐฯสามารถส่งเสริมการเปลี่ยนถ่ายที่สร้างสรรค์ในพม่าได้หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯเผยว่า คลินตันจะไปเยือนพม่าใน 1 ธ.ค.นี้ และอาจได้พบปะหารือกับนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านพม่าด้วย นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปีที่ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯจะไปเยือนพม่าที่ถูกประชาคมโลกโดดเดี่ยวมายาวนาน เป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเปิดประตูความสัมพันธ์ใหม่ หลังจากรัฐบาลพม่ามีท่าทีปฏิรูปมากขึ้น รวมทั้งทยอยปล่อยนักโทษการเมืองบางส่วน

โอบามาซึ่งเป็นผู้นำสหรัฐฯคนแรก ที่จะเข้าร่วมการประชุมอีเอเอสใน 19 พ.ย. ยังกล่าวชื่นชมอีเอเอสว่าจะเป็นเวทีหลักในการแก้ไขกรณีพิพาททางทะเลในภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ตาม นายกฯ เหวิน เจียเป่า ของจีน แถลงเตือนระหว่างการประชุมกับผู้นำอาเซียนไม่ให้ “พลังจากภายนอก” เข้ามาแทรกแซงการสะสางกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนและอีกหลายชาติแย่งชิงกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะต่างๆ โดยจีนยืนยันให้คู่กรณีในภูมิภาคแก้ปัญหากันเอง ซึ่งการที่สหรัฐฯพยายามเข้ามายุ่งเกี่ยว มีความเสี่ยงที่จะทำให้จีนและสหรัฐฯปะทะกันในเวทีอีเอเอสได้

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศของไทย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์และกระตุ้นให้สหรัฐฯและยุโรปผ่อนคลายการคว่ำบาตรพม่า เพื่อสะท้อนถึงความคืบหน้าในการปฏิรูปของพม่า ส่วนตนเองค่อนข้างเชื่อมั่นว่าพม่าจะยึดมั่นในความพยายามปฏิรูปและตั้งใจจะนำพาประเทศกลับสู่ปกติ

ระหว่างการประชุมสุดยอดกับผู้นำอาเซียน นายกฯ โยชิฮิโกะ โนดะ แห่งญี่ปุ่น ยังเสนอช่วยเหลือโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของอาเซียน 33 โครงการ มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ หลังจากจีนเสนอเงินกู้ให้อาเซียน 10,000 ล้านดอลลาร์ และนายกฯ เหวิน เจียเป่า พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้อาเซียนว่า จีนมีเจตนารมณ์ที่สันติในความสัมพันธ์กับอาเซียน

ส่วนประธานาธิบดีสุสิโล บัมบัง ยูโดโยโน แห่งอินโดฯ เจ้าภาพ กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของความปลอดภัยและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ ซึ่งมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ขณะที่นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้กลุ่มธุรกิจที่ร่ำรวยช่วยเหลือผู้ยากจนมากกว่านี้ิ.

Comment

Comment:

Tweet