ศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ กลับมาระเบิดเพลงแข้งอีกครั้ง หลังหลีกทางให้เกมทีมชาติไปพักใหญ่ วันเสาร์นี้หวดกันเต็มถัง 8 คู่ 8 สนาม บิ๊ก แมตช์ อยู่ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูง ที่จะรับการมาเยือนของนิวคาสเซิล ซึ่งทั้งคู่ยังไม่พ่ายใครในลีกตอนนี้ เรียกว่ามาถูกที่ถูกเวลาพอดี ส่วนแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปเยือนทีมน้องใหม่ สวอนซี ไม่น่าพลาด เช่นเดียวกับอาร์เซนอล ที่จะยกทัพไปลุยกับนอริช...

 

นอริช ซิตี้-อาร์เซนอล

สนาม : แคร์โรว์ โรด (แข่ง 19.45 น. เวลาไทย)



ฝูงนกขมิ้นเหลืองอ่อน นอริช ทีมน้องใหม่ที่ทำผลงานได้ดีเกินคาด จนยึดอันดับที่ 9 ไว้อย่างเหนียวแน่น แต่เกม 3 นัดล่าสุดในลีกยังไม่ชนะเลย ยามเล่นในรังตัวเองก็ทำได้ดี ไม่แพ้ใครมา 3 นัดติดแล้ว นัดนี้กุนซือเลือดวิสกี้ พอล แลมเบิร์ต ยังต้องรอดูอาการของนักเตะ 2-3 คน ว่าจะฟิตทันลงตัวจริงได้หรือไม่

อาร์เซนอล ทีมอันดับ 7 กลับมาทำผลงานได้เปรี้ยงปร้างอีกครั้ง หลังจากเริ่มต้นฤดูกาลได้ย่ำแย่ เกม 4 นัดหลังสุดในลีกชนะรวด แต่ยามเล่นเป็นทีมเยือน ขุนพลปืนใหญ่เล่นไม่ดีนัก เพราะเพิ่งชนะแค่ครั้งเดียว จากเกมลีก 5 นัดหลังสุดที่ต้องเล่นนอกบ้าน และเสียถึง 17 ประตู เพราะแนวรับอ่อนยวบ ซึ่งนัดนี้จะไม่มี 2 ปราการหลังดาวรุ่งที่นัดกันเจ็บด้วย ทำให้กุนซืออาร์แซน เวนเกอร์ ต้องปรับทัพกันอีกรอบ

เอฟเวอร์ตัน-วูล์ฟแฮมป์ตัน

สนาม : กูดิสัน พาร์ค (22.00 น.)



พลพรรคทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน กลับมาเล่นในถิ่นตัวเองนัดนี้ ต้องเร่งเค้นฟอร์มเก่งกลับมาให้เร็วที่สุด เพราะจากฟอร์มอันย่ำแย่ จึงต้องรูดลงไปกองอยู่อันดับ 17 โดยเกมลีก 5 นัดหลังสุด ชนะครั้งเดียว ที่เหลือพ่ายรวด แต่ที่แย่กว่านั้น เกมลีกในบ้าน 5 นัดล่าสุด ชนะเป็นแค่นัดเดียว นัดนี้กุนซือเดวิด มอยส์ ใจชื้นขึ้นเมื่อ 2 ตัวหลักพร้อมลงสนาม ทั้งฟิล จาเกียลกา ที่เจ็บนิ้วเท้า แต่ไม่หนักมาก ขณะที่มารูน เฟลไลนี พ้นโทษห้ามแข่งกลับมาบัญชาการเกมกลางสนามอีกครั้ง

ฝูงหมาป่า วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมอันดับ 13 ที่ฟอร์มแย่พอกัน เพราะเกมลีก 5 นัดหลังสุด ชนะครั้งเดียวเหมือนกัน ส่วนเกมลีกนอกบ้าน 5 นัดล่าสุด ชนะเป็นแค่นัดเดียว แต่ทีมไม่มีปัญหานักเตะเจ็บหรือติดโทษ กุนซือมิค แม็คคาร์ธี น่าจะใช้ชุดเดิมกับที่เพิ่งชนะวีแกนในนัดก่อน

แมนเชสเตอร์ ซิตี้-นิวคาสเซิล

สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม (22.00 น.)


ทัพเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงแกร่งทั่วแผ่นที่ยังสะกดคำว่าแพ้ในลีกไม่เป็น ได้เล่นในรังตัวเองนัดนี้ ตั้งเป้า 3 แต้มเช่นเดิม ตอนนี้ฟอร์มกำลังแจ่ม ชนะรวดในลีก 5 นัดติด โดยเฉพาะเกมในบ้านยิ่งเจ๋ง มีแต่ชนะกับชนะ ตอนนี้กุนซือโรแบร์โต มันชินี ลุ้นความฟิตของเซอร์จิโอ อเกวโร ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินา ที่เจ็บโคนขาหนีบเล็กน้อย ส่วนซาเมียร์ นาสรี ยังเจ็บ ลงไม่ได้แน่นอน

พลพรรคสาลิกาดง นิวคาสเซิล ของกุนซืออลัน พาร์ดิว ฟอร์มเฉียบผิดคาด ถึงตอนนี้ยังไม่แพ้ใครในลีกเช่นกัน อยู่อันดับ 3 เกมลีกนอกบ้าน 5 นัดหลังสุด ชนะถึง 3 นัด ไม่ธรรมดาแน่นอน นัดนี้ยังหมดสิทธิ์ใช้งานชีค ติโอเต ที่เจ็บหัวเข่า เช่นเดียวกับซิลแวง มาร์โวซ์, ลีออน เบสต์ และกาเบรียล โอแบร์ตอง

สโต๊ก ซิตี้-ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส

สนาม : บริตันเนีย สเตเดี้ยม (22.00 น.)


ทีมช่างปั้นหม้อ สโต๊ก อยู่อันดับ 12 ตอนนี้ ได้เล่นในถิ่นตัวเอง ก็ต้องหวังชัยชนะเป็นธรรมดา แม้ว่าผลงานในลีก 5 นัดหลังสุดจะชนะแค่นัดเดียวก็ตาม กระนั้นเกมลีกในบ้านค่อนข้างเหนียวแน่น เพราะแพ้นัดเดียวจาก 5 นัดล่าสุด แต่นัดนี้ กุนซือโทนี พูลิส จะได้ 3 แข้งหลักกลับมาลงสนาม อาทิ แม็ทธิว เอเธอริงตัน, ไรอัน ชอว์ครอสส์ และมาร์ค วิลสัน

ขุนพลทหารเสือราชินี ควีนส์ปาร์คฯ ทีมน้องใหม่ที่มีผลงานดีพอใช้ โดยเกาะอยู่ที่อันดับ 11 แต่ฟอร์มยังขึ้นๆ ลงๆ เกมลีกนอกบ้าน 5 นัดหลังสุด ชนะได้ 2 นัด นัดนี้กุนซือ นีล วอร์น็อค ยังต้องรอดูความฟิตของลูกทีมหลายคน เพราะยังมีอาการเจ็บรบกวน

ซันเดอร์แลนด์-ฟูแลม

สนาม : สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ (22.00 น.)


พลพรรคแมวดำ ซันเดอร์แลนด์ ทีมอันดับ 15 ฟอร์มไม่อยู่กับร่องกับรอย เกมลีก 5 นัดหลังสุด ชนะนัดเดียว แถมนัดนี้ยังไม่มีเซบาสเตียน ลาร์สสัน ที่ติดโทษห้ามแข่ง นอกจากนี้ยังมีเจ็บอีกหลายคน กุนซือสตีฟ บรูซ คงต้องส่งลูกทีมที่ฟิตเต็มที่ลงสนาม

ฟูแลม ทีมอันดับ 16 เพิ่งชนะ 2 นัดในเกมลีก 5 นัดหลังสุด ส่วนเกมนอกบ้านก็ไม่เอาอ่าว เก็บ 3 แต้มได้นัดเดียวจาก 5 นัดล่าสุดที่ออกไปเยือน ช่วงนี้ทีมเผชิญกับปัญหานักเตะเจ็บหลายคน คงเป็นงานหนักอีกครั้งของกุนซือ มาร์ติน โยล ที่จะปรับทัพสู้

เวสต์บรอมวิช-โบลตัน

สนาม : เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ (22.00 น.)


เวสต์บรอมวิช ทีมอันดับ 14 ที่เพิ่งพ่าย 2 นัดติดในลีก แถมเกมลีกในบ้าน 5 นัดล่าสุด เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ครั้งเดียว นัดนี้ยังต้องมาขาดกำลังสำคัญไปถึง 3 ราย อาทิ ปีเตอร์ โอเดมวิงกี้, เชน ลอง และพอล ชาร์เนอร์ ที่ยังเดี้ยงไม่หาย

โบลตัน ทีมอันดับ 18 ที่ชนะ 2 จาก 5 นัดหลังสุดในลีก ซึ่งเป็นทั้งสถิติเกมลีกนอกบ้านด้วย นัดนี้กุนซือโอเวน คอยล์ อาจจะใช้งานโจ ไรลีย์ แบ็คขวาดาวรุ่งต่อเนื่อง หลังจากเล่นได้ดีในนัดก่อน ขณะที่ 3 ตัวหลักอย่างริคาร์โด การ์ดเนอร์, มาร์กอส อลอนโซ และเดดริค โบยาตา ยังเจ็บยาว

วีแกน-แบล็คเบิร์น

สนาม : เดอะ ดีดับเบิลยู สเตเดี้ยม (22.00 น.)


กุนซือ โรเบอร์โต มาร์เนซ กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ เพราะทีมวีแกนจมอยู่บ๊วยของตาราง แพ้รวดในเกมลีก 5 นัดหลังสุด ส่วนเกมลีกในบ้าน 5 นัดล่าสุด ชนะแค่นัดเดียว แต่นัดนี้จะได้แกรี คัลด์เวลล์ กัปตันทีมที่พ้นโทษห้ามแข่งกลับมาช่วยทีม แต่สวนทางกับอันโตลิน อัลคาราซ ที่จะเริ่มถูกลงโทษห้ามแข่ง 3 นัด หลังจากไปถุยน้ำลายใส่คู่แข่ง

พลพรรคกุหลาบไฟ แบล็คเบิร์น ทีมรองบ๊วยที่ยังเอาชนะใครไม่ได้เลยในเกมลีก 5 นัดหลังสุด แต่ออกนอกบ้าน 5 นัดหลังสุด ไม่แพ้ถึง 3 นัด ซึ่งนัดนี้ต้องลุ้นว่า คริส แซมบ้า จะหายเจ็บข้อเท้าทันหรือไม่ นอกจากนั้นก็มีนักเตะเจ็บบ้างประปราย

 

สวอนซี-แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สนาม : ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม (00.30 น.)


ฝูงหงส์ขาว สวอนซี ทีมน้องใหม่ที่ทำผลงานได้ดีเกินคาดหมาย จนจ้ำพรวดขึ้นมาอยู่อันดับ 10 แล้ว ในตอนนี้ 5 นัดหลังสุดที่เล่นในถิ่นตัวเองยังไม่เคยพ่ายใครในขณะนี้ ซึ่งกุนซือ เบรนดัน ร็อดเจอร์ส มีปัญหานักเตะหลายคนเจ็บ ส่วน สตีเฟน ด็อบบี้ กลับมาฟิตแล้ว อาจได้ลงสนาม ขณะที่สตีเวน โคลเกอร์ พักยาวเพราะเจ็บเข่า แต่นีล เทย์เลอร์ ลงสนามได้

พลพรรคปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะได้แอชลีย์ ยัง กลับมาลงสนามอีกครั้ง หลังอาการที่นิ้วเท้าดีขึ้น ส่วนแดนนี เวลเบ็ค มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อ ขณะที่คริส สมอลลิง เจ็บเท้า ไม่น่าจะเสี่ยงลง แต่ฟอร์มนอกบ้านยังแจ่ม ไม่แพ้ใคร 5 นัดติด โอกาสเก็บ 3 แต้มกลับบ้านพอมี เพราะชื่อชั้นเหนือกว่าเยอะ

Comment

Comment:

Tweet