Education

นักวิชการติง “วรวัจน์” รวมศูนย์อำนาจทำให้ รมช. 2 คนผลงานไม่ชัด แต่ผลงานสอบผ่านช่วง 3 เดือน เพราะสร้างสีสันผ่านสื่อได้ดี...

รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากการติดตามผลงานของนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ นางบุญรื่น ศรีธเรศ และ นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล รมช.ศึกษาธิการ เป็นเวลา 3 เดือน พบว่า นายวรวัจน์ มีจุดเด่นคือ กล้าคิดนอกกรอบ มีการเตรียมตัวมาดี เชื่อมั่นในตนเองสูง นโยบายด้านการศึกษากว่า 80% ตลอด 3 เดือนมาจากนายวรวัจน์ ทั้งเป็นรัฐมนตรีที่สร้างสีสันผ่านสื่อได้ดี แต่ความเชื่อมั่นในตนเองก็เป็นจุดอ่อนด้วยคือ มีการรวมศูนย์ อำนาจในการตัดสินใจอยู่ที่คนคนเดียวมาก ทำให้บทบาทของ รมช.ศึกษาธิการ ทั้ง 2 คน ไม่เห็นผลงานดีเด่นชัด การแบ่งงานตามภูมิภาค ไม่สามารถสร้างผลงานออกมาได้

รศ.ดร.สมพงษ์กล่าวอีกว่า สำหรับนโยบายการศึกษาตลอด 3 เดือนสามารถแบ่งกลุ่มได้เป็น 1. กลุ่มนโยบายที่ทำได้ดีและควรสานต่อ ได้แก่ นโยบายเรียนแล้วมีงานทำ การเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 2.กลุ่มนโยบายที่หากเปลี่ยนแปลงแล้วจะทำให้ปัญหาการศึกษาแย่ลง ได้แก่ นโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ, นโยบายเด็กฝาก และนโยบายการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ซึ่ง ทั้ง 3 เรื่อง เป็นนโยบายของรัฐบาลที่แล้วที่ควรสานต่อ 3.กลุ่มนโยบายที่ยังไม่ชัดเจนแบบ 50:50 ได้แก่ การแจกแท็บเล็ต การแจกสมาร์ทการ์ดหรือคูปองการศึกษา และการแบ่งงาน รมช.ศึกษาธิการตามภูมิภาค และ 4. กลุ่มนโยบายที่ยังไม่มีความชัดเจน ได้แก่ นโยบายมหาวิทยาลัยนอกระบบ การปรับปรุงวิทยฐานะครูและการปรับเปลี่ยนงบประมาณตามนโยบายรัฐจะได้รับงบสนับสนุน ทั้งนี้ ขอเสนอแนะว่า 3 เดือนจากนี้ นายวรวัจน์ควรใช้โอกาสที่ปิดเทอมเพราะภาวะน้ำท่วมเตรียมการศึกษาครั้งใหญ่ ระดมความคิดเห็น จัดประชาพิจารณ์ เกี่ยวกับนโยบายรัฐที่ยังคลุมเครือ 50:50 กับนโยบายที่ยังไม่ชัดเจน เพื่อให้ได้ข้อสรุปอย่าตัดสินใจคนเดียว โดยรวมแล้วผลงานการศึกษา 3 เดือนของนายวรวัจน์ ได้เกรด ซีบวก หรือแค่สอบผ่านเท่านั้น.

คนเราเมื่อแก่ตัวลง ขากรรไกรจะหดสั้นเข้า จนทำให้ฟันหน้าเบียดติดกันชิด

นักวิจัยสวีเดนสังเกตพบเข้าเมื่อศึกษารอยพิมพ์ฟันของนักศึกษาทันตแพทย์ตอนแรกเข้าเมื่อ พ.ศ.2492 และได้ติดตามดูรอยพิมพ์ฟันพวกเขาดูเมื่อ พ.ศ.2502 กับเมื่อ พ.ศ.2532

ศาสตราจารย์ลาร์ส บอนด์มาร์ค วิชาทันตกรรม วิชาจัดฟัน มหาวิทยาลัยมัลโม หัวหน้านักวิจัย เปิดเผยว่า “เราพบว่า เมื่อเวลาล่วงเลยมา 40 กว่าปี ขากรรไกรของพวกเขาหดเข้าทุกที  เหลือพื้นที่ของฟัน น้อยลง เพราะขากรรไกรได้หดลงทั้งความยาวและความกว้าง โดยเฉพาะกับขากรรไกรล่าง”

ขนาดความหดของขากรรไกรผิดกันไปในแต่ละคน อาจเนื่องมาจากกรรมพันธุ์และสาเหตุทางกายวิภาค “บางรายการเปลี่ยนแปลงจะมากถึงขนาดที่เจ้าตัวจะสังเกตเห็นมันได้ในเวลาเคี้ยวอาหาร แต่พึงรู้ไว้เถิดว่า มันเป็นเรื่องของสังขาร” และเสริมว่า “เรากำลังทำงานสู้ กับธรรมชาติ มันจึงยากที่จะสร้างสิ่งใดให้มั่นคงเต็มที่ได้”.

ออกกฎเหล็ก ร.ร.ดัง จี้รับเด็กรอบเดียว จำนวน นร.ห้องต้องไม่เกิน 50 คน ส่วนโรงเรียนทั่วไปสามารถรับได้หลายรอบ หากมีที่นั่งว่าง...

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงนโยบายการรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ประจำปีการศึกษา 2555 ว่า การสอบเข้าเรียนในโรงเรียนอัตราการแข่งขันสูง หรือการสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไปนั้นจะไม่ให้มีการเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการเข้าเรียนอย่างเด็ดขาด แต่ตนให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผ่อนผันเกณฑ์ให้มีนักเรียนห้องเรียนพิเศษเพิ่มมากขึ้น โดยขยายจำนวนการรับได้ประมาณ 10 % ของจำนวนการรับและยังสามารถระดมทรัพยากรจากผู้ปกครองได้เพื่อนำไปดูแลบุตรหลานของตน โดยจะลดเงินอุดหนุนของห้องเรียนพิเศษลงเพื่อนำไปอุดหนุนนักเรียนในห้องเรียนปกติ นักเรียนที่ด้อยโอกาสและขาดแคลนแทน แต่การระดมทรัพยากรของโรงเรียนจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับการแลกที่นั่งเรียนเด็ดขาด รวมทั้งการสอบเข้าเรียนก็ต้องไม่มีการเรียกรับเงินแลกที่นั่งเรียน หากตรวจสอบพบว่าผู้บริหารโรงเรียน หรือข้าราชการครูคนใดเรียกรับเงินจากผู้ปกครองเพื่อให้เด็กเข้าเรียนจะถือว่ากระทำผิดและจะต้องถูกลงโทษทางวินัย ซึ่งตนจะเปิดให้ผู้ปกครองหรือใครที่มีข้อมูลการเรียกรับเงิน หรือรับฝากเด็ก ให้แจ้งข้อมูลมาที่กระทรวงศึกษาธิการเพื่อตรวจสอบต่อไป

ด้าน ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำหรับการรับนักเรียนชั้น ม.1ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ให้กำหนดสัดส่วนเป็น 50:50 โดยรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 หรือจะรับมากกว่านี้ก็ได้แล้วแต่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นชอบซึ่งทางส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 50 ให้รับนักเรียนทั่วไป โดยการคัดเลือกจากการสอบ หรือการประเมินผู้เรียนด้วยวิธีการที่โรงเรียนกำหนด โดยการรับนักเรียนของโรงเรียนอัตราการแข่งขันสูงจำนวน 200 แห่งต้องรับให้เสร็จในรอบเดียว และจำนวนนักเรียนต่อห้องต้องไม่เกิน 50 คนต่อห้อง ส่วนโรงเรียนทั่วไปสามารถรับได้หลายรอบหากมีที่นั่งว่าง ส่วนนโยบายห้ามฝากเด็กเข้าเรียนนั้นก็ยังต้องเข้มงวดเหมือนปีที่ผ่านมา.